ThaiFixing.com ศูนย์รวมลงประกาศ หาช่าง ช่างซ่อมบ้าน ต่อเติมบ้าน ช่างประปา ช่างไฟฟ้า ช่างแอร์ ช่างก่อสร้างทั่วประเทศ

Welcome, visitor! [ Register | Login

Premium WordPress Themes - AppThemes

การติดตั้งไม้ตกแต่งโมดิน่า M1,M2 ไม่ยากอย่างที่คิด

งานช่างทำเอง 3rd April 2017

การติดตั้งไม้ตกแต่งโมดิน่า M1,M2 ไม่ยากอย่างที่คิด

หลังจากตัดสินใจอยู่นานว่าจะตบแต่งผนังบ้านอย่างไรดีให้ดูมีมิติไม่น่าเบื่อ ตัวเลือกก่อนหน้านี้ก็จะเป็นหินลายละเอียด แต่ปัญหาคือราคาปลายทางแถวบ้านตก ตารางเมตรละ 800 กว่าบาท และยังไม่รวมค่าแรง ซึ่งช่างจะคิดค่าปูหินบนผนังที่ตารางเมตรละ 400 บาท

ตกตารางเมตรละ 1200 กว่าบาท นี่ยังไม่รวมค่าล้างด้วยกรดที่ถูกคิดอีกตารางเมตรละ 50 บาท รวมไปถึงค่าทาน้ำยาเคลือบ และเมื่อผ่านไปอีกสองสามปีอาจะมีปัญหาความชึ้นแม้จะเป็นผนังภายในบ้านก็อาจจะเกิดเชื้อราขึ้นมาได้ ซึ่งก็ต้องสาดกรดกันใหม่แล้วเคลือบกันใหม่อยู่เรื่อยๆ นับว่าการปูหินภายในบ้านไม่ใช่ทางเลือกที่ดี หินเหมาะสำหรับการใช้งานภายนอกมากกว่า

เปลี่ยนใจหันมามองกระเบื้องก็จะพบว่า การปูกระเบื้องบนผนังในบ้านจะเกิดรอยต่อระหว่างแผ่นกระเบื้องและต้องใช้ยาแนวทำให้เกิดความรู้สึกไม่ต่อเนื่อง แนวคิดเรื่องกระเบื้องเลยต้องพับไป

เมื่อหันมามองงานไม้ พบว่าจะมีต้นทุนสูงแถมยังต้องกลัวปลวกกลัวมอดขึ้นมาอีก อีกทั้งงานไม้ต้องมีวิธีการหลายขั้นตอน ต้องย้อมไม้ ต้องลงโพลียูรีเทนกันอีกหลายรอบเพื่อสร้างความมันวาวให้ดูสวยงาม ซึ่งจากการลองทำด้วยไม้แล้วพบว่าต้นทุนสูงเอาการแถมค่าแรงก็แพงเอาการ

จะหันมาใช้ไม้ฝาเฌอร่าแบบธรรมดา ก็พลว่ามันเป็นแผ่นๆหนาเกินไป แถมความสูงต่ำก็ไม่มาก สุดท้ายเลยมาจบลงตรงไม้สังเคราะห์ Modina ของ SCG ซึ่งเขาบอกว่าใช้เทคโนโลยีใหม่ทำให้เกิดความสูงต่ำหลายระดับโดยช่วงที่หนาสุดประมาณ 2.5 เซ็นติเมตรเลยทีเดียว

ไม้โมดิน่า มีสองขนาดให้เลือกคือ 1.5 เมตร กับ 3 เมตร แต่เนื่องจากใช้จำนวนไม่มาก การจะจ้างรถไปบรรทุกมาจากโรงงานก็คงไม่คุ้ม เลยเลือกซื้อขนาด 1.5 เมตร เพราะใส่รถเก๋งกลับบ้านได้ เขาจะขายเป็นกล่อง กล่องละ 5 แผ่น น้ำหนักแผ่นละประมาณ 11 กว่ากิโลกรับ

ตอนยกขึ้นรถมีหลายคนช่วยกันยก กล่องหนึ่งหนักประมาณ 55 กิโลกรัม แต่พอตอนยกลงที่บ้าน ต้องยกคนเดียวก็อาศัยการเปิดกล่องแล้วยกลงมาทีละแผ่น และสุดท้ายยกลง 2 แผ่น ก็ถือว่ายกกัน 4 เที่ยวไม่ลำบากมากนัก

การติดตั้งแผ่น โมดิน่า ทำได้ไม่ยาก

ไม้โมดิน่ามีหลายรุ่น นั่นคือรุ่น M1, M2 และ M3 โดย M1 และ M2 จะมีแพทเทิร์นรอยหยักไม่เหมือนกัน ส่วน M3 จะมีแพทเทิร์นคงที่ ในที่นี้จึงเลือกใช้เฉพาะ M1 และ M2

ตามคู่มือเขาบอกต้องทำโครงคร่าวสำหรับการยึดแผ่นโมดิน่า แต่จากการลองคิดดูแล้วเนื่องจากเราต้องการนำแผ่นโมดิน่ามาติดผนัง การทำโครงคร่าวก็ต้องยึดโครงคร่าวกับผนัง และคงต้องยึดกันหลายจุดเพราะน้ำหนักของมันมาก ในอนาคตหากเกิดสนิมมันจะหลุดมาทั้งยวง ยิ่งหากเกิดน้ำท่วม มีสนิมกัดกร่อนด้านใน มันจะร่วงลงมาแตกหักแถมน้ำหนักเยอะจะเป็นอันตรายได้ด้วย

การติดตั้งที่ต้องใช้โครงคร่าวแน่ๆก็คงเป็นการติดตั้งกลางแจ้ง หรือภายนอกบ้าน เพราะภายในบ้านจะต้องสูญเสียพื้นที่ความหนาของโครงคร่าวเข้าไปอีก แถมจะเกิดช่องว่างให้แมลงสาบหรือสัตว์ต่างๆไปอาศัยอยู่ได้ เลยตัดสินใจยึดกับผนังโดยตรงเลยดีกว่า

หากตัดสินใจติดตั้งกับผนังโดยตรง ต้องทำใจว่าผนังบ้านที่ฉาบมานั้นได้ระนาบหรือไม่ หากไม่ได้ระนาบแผ่น โมดิน่า ก็คดเคี้ยวไปตามผนัง ดังนั้นหากผนังไม่ค่อยเรียบแนะนำว่าให้ใช้โครงคร่าวเหล็กดีกว่า

แผ่นโมดิน่าขนาด 1.5 เมตร เขาจะเจาะรูมาให้แล้ว 4 รูด้วยกัน เมื่อวัดระดับการติดตั้งได้แล้ว ก็ใช้สองคนยกทาบกับผนังแล้วใช้ตะปูตอกนำร่องเข้าไปตามรูทั้ง 4 รู้แล้ว วางแผ่นโมดิน่าลง

จากนั้นก็ใช้สว่านเจาะปูนเบอร์ 8 เจาะเข้าไปให้ได้ขนาดพอดี ระวังอย่าใช้สว่านดอกยาวเกินเดี๋ยวมันจะทะลุผนังอีกด้าน เจาะเสร็จแล้วก็ใส่พุกเบอร์ 8 เข้าไป แล้วยกแผ่นโมดิน่าขึ้นทาบ แล้วขันสกรูเบอร์ 8 เข้าไปตำแหน่งหัวท้ายก่อนอย่าเพิ่งขันสกรูให้แน่น

จากนั้นทำการยกให้ได้ระดับเป้ะๆ แล้วค่อยๆขันสกรูให้แน่นทีละตัว เป็นอันเสร็จไป 1 แผ่น จะได้พื้นที่ประมาณ 0.4 ตารางเมตร ว่าแล้วก็เอาแผ่น โมดิน่า ต่อไปมาวางทาบตรงบังใบแล้วก็ดำเนินการนำร่องด้วยตะปูเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ต้องเจาะผนังต่อไป

บางแผ่นที่เราต้องตัดก็ใช้ใบตัดด้วยลูกหมู อาจจะตัดได้ไม่ตรงมากนักก็ต้องอาศัยบัวในการปิดรอยที่ไม่ต้องกันต่อไป การตัดจะยากกว่าไม้เฌอร่าทั่วไปตรงที่มันจะหนาและแข็งแรงกว่ามาก

หากต้องการเจาะรูเพิ่มเติมเนื่องจากรูเดิมอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม การเจาะไม้โมดิน่าที่ดีที่สุดคือใช้ดอกเจาะปูน แต่โหมดการเจาะเป็นแบบธรรมดาไม่ต้องกระแทก ดอกเจาะเหล็กเจาะไม่เข้าไม่ต้องลอง เสียดอกสว่านไปทันทีหากเผลอไปลองเข้า

ขอจบการติดตั้งไว้แค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะทยอยนำรูปมาลง ส่วนการทำสีจะเป็นขั้นตอนต่อไป ทำเสร็จแล้วจะมาเล่าให้ฟังกัน

1182 total views, 0 today

::

เทพื้นคอนกรึต ไม่ใช่เรื่องยาก อย่าให้ช่างขูดรีดค่าแรง

งานช่างทำเอง 21st June 2016

เทพื้นคอนกรึต ไม่ใช่เรื่องยาก อย่าให้ช่างขูดรีดค่าแรง

หลายบ้านอยากจะเทพื้นคอนกรีต หรือพื้นปูน เพื่อลดปัญหาน้ำขัง ปัญหาวัชพืช บางรายอาจจะเล็งไปถึงการปูกระเบื้องสวยงาม แต่ปัญหาคือเรียกข่างมาตีราคาแล้วหงายหลังทุกราย เพราะขนาดคิดเฉพาะค่าแรงแล้วยังถือว่าแพงเอาการ ขนาดเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมง่ายๆยังแพงจนจ้างไม่ลง

ตัวอย่างเช่นหากต้องการเทพื้นลานหน้าบ้าน ตีว่าขนาด 5 เมตร x 10 เมตร รวมพื้นที่ 50 ตารางเมตร ช่างทั่วไปมักจะคิดค่าแรงกรณีที่เราเอารถโม่ปูนเข้ามาจะคิดที่ตารางเมตรละ 100 บาท รวมค่าแรงก็ราวๆ 5,000 บาท

ส่วนกรณีให้ช่างผสมปูนเอง กวนปูนเอง แล้วเทพื้นเอง ค่าแรงก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 150 – 200 บาทต่อตารางเมตร หรือราวๆ 7,500 บาท ถึง 10,000 บาท ซึ่งปกติงานขนาดนี้ทำงานกันไม่เกิน 2 วันเป็นอันเสร็จงาน ถ้ามากันสองคนก็รับเหนาะๆ คนละ 5,000 บาทกันเลยทีเดียว

การคำนวนข้างต้นอย่าลืมว่าเป็นการคำนวนเฉพาะค่าแรงอย่างเดียวนะครับ ไม่รวมค่าวัสดุเช่นค่าปูน ค่าเหล็ก wire mesh ค่าไม้แบบเป็นต้น

concrete-floor

คำนวนต้นทุนวัตถุดิบ

ให้ท่านลองเอาตลับเมตรมาวัดพื้นที่ ที่ท่านต้องการเทปูนดูนะครับว่า 5 x 10 เมตร จะมีพื้นที่ขนาดเท่าใด เราจะลองมาคำนวนต้นทุนดูกันว่าค่าใช้จ่ายต่างๆจะประมาณไหน โดยในที่นี้จะถือว่าเราใช้ปูนผสมเสร็จจากโรงโม่เป็นหลัก เนื่องจากจะได้มาตรฐาน การผสมที่กลมกลืนกัน

1. ปูนผสมเสร็จ แค่ไปรัานวัสดุก่อสร้างใกล้บ้านก็อาจจะได้เบอร์โทรมา หรือเขาอาจจะสั่งปูนให้ท่านเลย โดยเขาได้ส่วนลดจากโรงปูนอยู่แล้ว การสั่งปูนหากเป็นพื้นที่จะให้รถจอดได้ก็สั่งที่ความแข็งแรง 240 ไปเลย เพราะนั่นหมายถึงเนื้อปูนเยอะ ปูบางๆก็ไม่มีปัญหาแตกร้าว หนึ่งคิวราคาประมาณ 2,000 บาท ซึ่ง 1 คิวเท่ากับ 1 ลูกบาศก์เมตร หากท่านเทปูนหน้า 10 ซ.ม. ก็จะเทได้ 10 ตารางเมตร แสดงว่า 50 ตารางเมตร จะใช้ 5 คิว หรือใช้เงินค่าปูน 10,000 บาท

2. ค่าเหล็ก wire mesh หรือตาข่ายเหล็กสำเร็จรูป มีขายตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป เขาขายเป็นม้วนๆ ราคาไม่แพง มีหน้ากว้างให้เลือกได้หลายขนาด ความยาวก็มีให้เลือกในระดับ 25 หรือ 50 เมตร ดังนั้นพื้นที่ราว 50 ตารางเมตร ตกตารางเมตรละไม่เกิน 40 บาท ใช้เงินประมาณ 2,000 บาท

3. ค่าไม้แบบ เนื่องจากเราต้องการเทพื้นหนาประมาณ 10 เซ็นติเมตร การใช้ไม้ขนาด 1.5 นิ้ว x 3 นิ้วน่าจะเหมาะสมสุด เพราะเราจะได้ความหนาของไม้แบบที่ 3 นิ้ว หรือราวๆ 7.5 ซม แล้ววางให้สูงจากพื้นดินประมาณ 2 ซม. โดยการใช้ทรายหรือก้อนหินเล็กๆรองไม้ ความยาวรอบรูปอยู่ที่ 30 เมตร ถ้าไม้ท่อนละ 3 เมตร ก็จะใช้ประมาณ 10 ท่อน ค่าใช้จ่ายตรงนี้ไม่เกิน 1,000 บาท

4. ค่าทราบปรับพื้นที่ เราอาจจำเป็นต้องลงทรายปรับพื้นที่เพื่อให้ได้ระดับที่เหมาะสม เพราะบางตำแหน่งดินจะเป็นหลุมบ่อ ทราย 1 คันรถกระบะก็น่าจะเพียงพอสำหรับการปรับพื้นที่ 50 ตารางเมตร ใช้เงินไม่เกิน 1,000 บาท

5. ค่าเครื่องมือช่างอย่างเกรียงปาด สามเหลี่ยมปาดปูน รวมแล้วไม่เกิน 1,000 บาท

สรุปได้ว่า ค่าวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ

10,0000 + 2,000 + 1,000 + 1,000 + 1,000 = 15,000 บาท

จากนั้นก็เป็นส่วนของค่าแรง ซึ่งหากเป็นปูนสำเร็จค่าแรงก็ไม่ควรเกิน 5,000 บาท

สรุปรวมว่า หากต้องการเทพื้นปูนขนาด 5 x 10 ตารางเมตร ก็จะใช้เงินประมาณ 20,000 บาท ตกตารางเมตรละ 400 บาท

concrete-floor2

ประหยัดค่าแรงหากลงมือทำเอง

เราสามารถประหยัดค่าแรงได้อีกมาก หากลงมือเอง โดยการจ้างลูกมือมา 2 คนมาช่วย ตัดเหล็ก ปรับหน้าดิน เททราย ปาดปูดให้เรียบ ซึ่งใครๆก็ทำได้ กระบวนการก็เริ่มจาก

1. กำหนดพื้นที่ และวัดขนาดที่ชัดเจน เพื่อคำนวนปริมาณปูนที่จะใช้

2. วัดระดับอย่างคร่าวๆ แล้วล้อมด้วยไม้แบบ ใช้ความหนาของไม้ 1.5×3 นิ้ว เป็นตัวกำหนดความสูง วัดความสูงจากพื้นให้ได้ประมาณ 10 เซ็น

3. กำหนดความลาดเอียงให้เรียบร้อย เพื่อน้ำจะได้ไม่ขัง หากเป็นลานจอดรถ หรือถนนหน้าบ้าน ก็ให้เองในระดับ 1 ซม ต่อความยาว 1 เมตร นั่นแสดงว่าถ้าหน้ากว้าง 5 เมตร ทั้งสองด้านต้องสูงต่างกัน 5 เซ็นติเมตร โดยการตีไม้แบบด้านข้างให้เอียง แล้วรองด้วยทราย

4. ทำการเททรายในส่วนที่ยังต่ำ เช่นหลุมบ่อ หรือด้านที่ต้องเอียงขึ้น เพื่อประหยัดเนื้อปูน แล้วทุบดินให้แน่น

5. ใส่ Wire mesh ให้ครอบคลุมพื้นที่ การตัด wire mesh หากไม่มีเครื่องมือตัด ก็ให้ใช้จอบคมๆ ตัดเอาก็ได้ ช่างชาวบ้านเขาใช้วิธีนี้กัน

6. เสร็จแล้วก็เรียกรถปูนมา บอกเขาว่าขอให้พกรางมาด้วย เพราะรถปูนต้องจอดห่างจากพื้นที่ในระดับหนึ่ง

7. ทยอยเทปูนแล้วก็ปาดไปเรื่อยๆ ระหว่างปาดปูน ก็ต้องดึง Wire Mesh ขึ้นมาจากพื้นให้อยู่ประมาณกลางๆของเนื้อปูน

8. รอให้ปูนเริ่มแห้ง ก็ถอดแบบออกได้ ระหว่างนี้ควรรอให้ปูน set ตัว อย่าเพิ่งโหลดของหนักจนกว่าจะผ่านไป 4 สัปดาห์

ค่าแรงงานนี้หากจ้างมา 2 คน ทำงานแค่วันเดียวก็เสร็จ จ่ายไปคนละ 1,000 บาท ลูกจ้างก็ยิ้มแก้มปริแล้ว เราก็ประหยัดค่าจ้างไปได้อีกโข พร้อมเรียนรู้กระบวนการทำงานของช่างไปในตัว ขอให้สนุกกับการทำงานนะครับ

10877 total views, 2 today

::