ThaiFixing.com ศูนย์รวมลงประกาศ หาช่าง ช่างซ่อมบ้าน ต่อเติมบ้าน ช่างประปา ช่างไฟฟ้า ช่างแอร์ ช่างก่อสร้างทั่วประเทศ

Welcome, visitor! [ Register | Login

Premium WordPress Themes - AppThemes

ทำไมงานบิ้วท์อินถึงมีราคาแพง

สาระน่ารู้ 10th January 2018

ทำไมงานบิ้วท์อินถึงมีราคาแพง

สำหรับคนที่กำลังคิดจะจ้างทำงานตบแต่งภายในแล้วละก็ อาจจะพบว่าราคาแพงแทบจะรับไม่ไหว จากที่ไปเห็นบ้านคนอื่นมาแล้วดูสวยงาม แล้วคิดจะมาทำบ้านตัวเองบ้างอาจจะต้องถอดใจไปเลยกับราคาค่าจ้าง

เหตุที่งานบิ้วท์อินมีราคาแพงมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน โดยหลักๆแล้วถ้าต้องการงานราคาถูกแต่คุณภาพดี ผู้ว่าจ้างอาจจะต้องคิดเฉพาะค่าแรงอย่างเดียว แล้วจัดซื้อวัสดุเอง เนื่องจากวัสดุมีหลายเกรดหลายราคา และควรจะเข้าไปควบคุมการดำเนินการให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น

สำหรับราคางาน Built in ทั่วๆไปนั้นมักจะคิดราคากันตามความยาวเป็นเมตร เช่นต้องการทำตู้โชว์ขนาดความยาว 3 เมตร อาจจะได้รับใบเสนอราคาตั้งแต่ 45,000 บาท จนถึง 60,000 บาท แล้วแต่รูปแบบของตู้และอุปกรณ์ที่ใช้

นั่นคือราคา Built In จะตกอยู่ที่ประมาณเมตรละ 15,000 ถึง 20,000 บาท ต่อความยาวเป็นเมตร รวมเบ็ดเสร็จทั้งค่าแรงค่าของ ซึ่งราคานี้จะเป็นราคาเฉลี่ยตามงาน เช่นมีตู้โชว์ มีเค้าเตอร์ทีวี มีการตบแต่งกรุผนัง ไม่ว่าจะงานเล็กงานน้อยจะตู้ใหญ่ๆรายละเอียดมาก หรือแค่กรุผนังเล็กน้อย ก็จะนับรวมไปตามความยาว

แต่หากงานส่วนใหญ่เป็นงานเล็กๆ เช่นกรุผนังอย่างเดียว มีตู้เพียงเล็กน้อย เราก็อาจจะต่อรองราคารวมลงได้บ้าง แต่อาจจะได้ไม่มากเหมือนที่เราคิด เนื่องจากค่าใช้จ่ายประจำของผู้รับเหมานั้นคงที่ ไม่ว่าจะงานเล็กหรืองานใหญ่ลักษณะการทำงานก็จะใกล้เคียงกัน

ตามเกณฑ์เฉลี่ยทั่วไปแล้ว ในการรับเหมา Built In นั้น ค่าวัสดุจะมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 30 % เท่านั้น ส่วนค่าแรงจะอยู่ที่ประมาณ 45 – 50% ที่เหลืออีกราว 20% เป็นค่าออกแบบ ค่าวิศวกร ค่าสถาปนิก มัณฑนากร ค่ากำไรของบริษัท ค่า VAT เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าการรับงานตบแต่งภายในของบริษัทห้างร้านต่างๆ จึงมีราคาแพงในสายตาของคนทั่วไป เนื่องจากมองว่างานที่ออกมานั้นนิดเดียว ของที่เห็นวัสดุนั้นไม่มาก แต่จะพบว่าสิ่งที่แฝงอยู่ในค่าแรงและค่ากำไรของบริษัทนั้นสูงถึง 70% เลยทีเดียว

นั่นแสดงว่าหากตู้ชิ้นนั้นมีราคาออกมา 50,000 บาท ค่าวัสดุนั้นจะไม่เกิน 15,000 บาท แต่ส่วนของค่าแรงจะอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท บริษัทก็ต้องการกำไรราวๆ 5000 บาท และยังต้องจ่ายค่าออกแบบ ค่าคุมงานอีกราว 5000 บาท

การทำงานบิ้วท์อิน จึงหมายถึงเราเลี้ยงคนทั้งบริษัทด้วยงานของเรา ซึ่งจะต่างกับงานสร้างบ้านที่สุดส่วนค่าของจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 40 – 50%

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการแจกแจงว่าทำไมค่าแรงทำตู้ถึงสูง โดยตัวอย่างตู้ที่เป็นลักษณะของการทำด้วยโครงบุไม้อัด ผิวหน้าเป็นลามิเนต

ขั้นตอนการทำตู้เสื้อผ้า Built in
– ตีโครง
– ปิดโครงด้วยไม้อัด 1 ด้าน
– โครงแต่ละแผ่นจะต้องมีการทากาวยาง ทั้งตัวแผ่นไม้อัดและลามิเนต
– ประกอบโครงเป็นตัวตู้
– นำแต่ละตู้ไปติดตั้ง ในตำแหน่ง
– โครงด้านที่ยังเหลือต้องปิดไม้อัด ปิดลามิเนต
– ปิดลามิเนตที่ขอบตู้
– ทำแผ่นบานตู้ ด้วยการตัดให้ได้ขนาด หรือ ตีโครงปิดไม้อัดทั้งสองด้าน
– แผ่นบานตู้แต่ละแผ่นต้องติดลามิเนตทั้ง 6 ด้าน (สองฝั่ง รวมขอบ)
– นำแผ่นบานไปติดตั้งกับตู้ ด้วยบานพับถ้วย
– ในตู้ยาแนวซิลิโคนตามขอบด้านในทุกด้าน
– ขอบนอก ขัดขอบลามิเนต ลบคม
– ปิดเทปกาวตามรอยต่อ แล้วลงสีกลบรอยต่อ (สีน้ำมันสำหรับพ่น)
– ดีงเทปกาวออก เช็ดทำความสะอาด ขัดกระดาษทรายอีกรอบ
– ด้านบนสุดของตู้ ตีโครงยึดฝ้า ปิดแผ่นลามิเนต
– ถ้ามีการติดตั้งบัว ก็ต้องปิดทับแผ่นปิด
– ด้านล่างสุดของตัว ติดบัวให้กลมกลืนกับบัวบ้าน
– ติดตั้งอุปกรณ์มือจับ ราวแขวน

จะเห็นได้ว่า ในแต่ละขึ้นตอนนั้น จะต้องใช้แรงงานฝีมือ ในการทำให้ตู้ออกมาเนี้ยบ หากเจ้าบ้านสั่งแก้ไขงานไม่ว่าขั้นตอน ก็จะกลายเป็นการรื้อ แล้วเริ่มกระบวนการใหม่ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้มหาศาล และผู้รับเหมาจะคิดเผื่อไปแล้ว

ดังนั้นแนะนำว่า หากมีข้อแก้ไขเล็กๆน้อยๆ ที่พอจะมองผ่านได้ ให้จดบันทึกไว้ แล้วค่อยนำไปต่อรองเป็นส่วนลดจะดีกว่าให้ผู้รับเหมาต้องมาแก้ไข ซึ่งอาจจะพาลทำให้งานอื่นๆเสีย รวมไปถึงวัสดุต่างๆ ที่ต้องสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุอีกด้วย

991 total views, 3 today

::

ช่างล้างแอร์ ทำไมชอบเติมน้ำยาแอร์

สาระน่ารู้ 25th November 2016

ช่างล้างแอร์ ทำไมชอบเติมน้ำยาแอร์

ปกติแล้วการล้างแอร์เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำกันบ่อยๆ อย่างน้อยก็ปีละ 2 ครั้ง แต่ปัญหาที่พบบ่อยเวลาตามช่างมาล้างแอร์ก็คือ ช่างจะบอกว่าแอร์ไม่เย็นต้องเติมน้ำยาแอร์ พอถามว่าเท่าไหร่ก็จะบอกว่าปอนด์ละ 30 บ้าง 50 บ้าง เหมาๆรวมก็ประมาณ 300 – 500 บาท สำหรับการเติมน้ำยาแอร์ ถามว่าจริงๆแล้วต้องเติมน้ำยาแอร์ทุกครั้งที่ล้างแอร์หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าไม่จำเป็น

ระบบการทกงานของแอร์ก็คล้ายๆกับตู้เย็นในบ้านนั่นแหละครับ นั่นคือจะมีตัวคอมเพรสเซอร์อยู่นอกบ้าน ทำนห้าที่อัดก็าซให้กลายเป็นของเหลว พอของเหลววิ่งมาในบ้านก็จะมีการฉีดพ่นทำให้กลายเป็นไป การเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นไอจะมีการดูดความรอบจากสภาพแวดล้อมออกไปทำให้อุณหภูมิต่ำลง

ตู้เย็นจะมีคอมเพรสเซอร์อยู่ด้านหลังตู้ซึ่งอากาศบริเวณนั้นจะร้อนเพราะมีการเปลี่ยนสถานะของสารจากแก็ชเป็นของเหลวทำให้มันคายความร้อนออกมา ส่วนภายในช่องแช่แข็งก็จะเย็นเพราะกระบวนการกลับกัน

คำถามคือแล้วทำไมตู้เย็นถึงไม่ต้องเติมน้ำยาแอร์ ใช้กันทั้งปีทั้งชาติก็ไม่เคยต้องเติมอะไรเลย เย็นตลอดปีตลอดชาติ นั่นเพราะว่าการประกอบทุกชิ้นส่วนมาจากโรงงาน เรายกทั้งคอยล์เย็น คอยล์ร้อน พร้อมระบบท่อมาทั้งชุดจากโรงงาน การปิดระบบน้ำยาทำได้แน่นหนามีการทดสอบอย่างดี

แต่กับเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน การติดตั้งมีการแยกชิ้นส่วนมา เพราะต้องมีสองส่วนและต้องมีการเดินท่อทองแดงต่างหากเพื่อทำให้เป็นระบบปิด มีการดูดอากาศออกแล้วใส่น้ำยาเข้าไป

พอใส่น้ำยาเสร็จแล้วก็ต้องปิดให้สนิท ซึ่งระบบการปิดนั้นจะมีลักษณะคล้ายๆน้อตหัวเกลียวธรรมดา ทำให้ยังมีโอกาสเกิดการรั่วซืมของก๊าซภายในท่อออกมาได้ จึงเป็นหนทางให้ช่างล้างแอร์ขอถือโอกาสเติมน้ำยาแอร์เอาได้ เพราะช่างล้างแอร์บางคน ถือโอกาสตอนล้างตัวคอล์ยร้อนด้านนอก ก็หมุนๆหัวเกลี่ยวแอบปล่อยน้ำยาแอร์ออกมาให้ลอยออกไปในอากาศได้

วิธีป้องกัน ไม่ใช่ช่างเติมน้ำยาแอร์เรา

เมื่อช่างมาถึงบ้านเพื่อจะล้างแอร์ ก็ให้เปิดแอร์ให้ดูก่อน เอามือจับคอล์ยเย็นแล้วบอกว่า แอร์ยังเย็นปกติก่อนล้าง และขอให้ล้างอย่างเดียว ไม่เติมน้ำยาแอร์ เพราะมีร้านซ่อมแอร์ประจำตัวอยู่แล้ว ถ้าช่างยืนยันจะต้องเติมให้ได้ ก็ให้ถามว่าแล้วน้ำยาแอร์จะหายไปได้ทางไหนบ้าง มันต่างกับการทำงานของตู้เย็นไหม ช่างก็จะบอกว่ามันรั่วได้ตรงนั้นตรงนี้ตรงโน้น

ถ้าช่างบอกมาแบบนั้น เราก็ต้องตอบกลับไปว่า ถ้ามันรั่วก็คงรั่วนานแล้ว และตอนนี้แอร์ก็คงไม่เย็นแล้ว และถ้าเพิ่งรั่วก็ขอให้รู้ชัวร์ๆว่ารั่วจริงๆ นั่นคือเปิดแอร์แล้วไม่เย็น แสดงว่ารั่ว ก็ต้องหารูรั่วให้เจอก่อน เพราะถ้าเติมไปเดวก็ต้องรั่วอีก ปัญหาไม่มีวันจบสิ้น เอาให้มันรั่วหมด มาหารอยรั่วทีเดียวให้เจอไปเลยดีกว่า

ช่างก็อาจจะทำท่าหัวเสียที่จะขูดรีดเงินเราเพิ่มจากการเติมน้ำยาแอร์ไม่ได้ ดีไม่ดีเขาจะแอบเปิดวาล์วให้น้ำยาหายไป แล้วบอกว่าแอร์เราไม่เย็นจะเติมน้ำยาแอร์ให้ได้ ก็ต้องเถียงกันเสียเวลาช่างเขาจะพาลไม่เติมน้ำยาแอร์ให้เราแล้วเราก็ต้องตามช่างรายใหม่มาอีก

ดังนั้นวิธีการที่แอดมินใช้ประจำก็คือ ก่อนล้างแอร์ จะเอาสติกเกอร์กระดาษไปแปะไว้ตรงหัววาล์ว พร้อมลายเซ็นของเรา พร้อมถุงพลาสติคคลุมรัดยางไว้อีกครั้ง จากนั้นเวลาเขาล้างเสร็จ ก็ไปตรวจสอบดูว่าทุกอย่างอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ ถ้าไม่เหมือนเดิมก็ต้องแย้งเขาว่า ที่แอร์มันไม่เย็นเพราะคุณไปปล่อยน้ำยาออก ช่างต้องเติมคืนมาให้คุณโดยห้ามติดเงินเพิ่ม ไม่งั้นไม่จ่ายค่าล้างแอร์แน่นอน

วิธีนี้จะพบว่า ไม่ค่อยเจอปัญหาช่างอ้างว่าต้องเติมน้ำยาแอร์อีกเลย

1611 total views, 2 today

::

กลโกงช่างรับเหมาก่อสร้าง และวิธีรับมือ

สาระน่ารู้ 20th June 2016

กลโกงช่างรับเหมาก่อสร้าง และวิธีรับมือ

ปัญหาชวนปวดหัวระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน หรืองานซ่อมแซมบ้านก็คือ การที่กลัวว่าผู้รับเหมาะจะรับเงินไปแล้วไม่มาทำงาน ส่วนในฝั่งผู้รับเหมาเองก็กลัวว่าทำงานเสร็จแล้วจะไม่ได้เงิน เจ้าของบ้านมาต่อรองราคาหลังงานเสร็จแล้วพร้อมกับพูดว่าจะเอาหรือไม่เอาเป็นต้น

จริงๆแล้วประเด็นนายจ้างเบี้ยวนั้นมีน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วเจ้าของบ้านมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอนเกรงว่าถ้าไม่จ่ายแล้วจะมีปัญหาเอาได้ แต่สำหรับผู้รับเหมาแล้วมักจะตามตัวได้ยากกว่าเพราะหากทิ้งงาน ก็แค่ปิดร้านหนีแล้วไปเปิดที่ใหม่ โอกาสนี้เราจึงขอรวบรวมกลโกงของผู้รับเหมากันนะครับว่าท่านอาจจะพบเจอกับผู้รับเหมาประเภทไหนได้บ้าง

1. ผู้รับเหมาทิ้งงาน ถือเป็นปัญหาที่พบเจอกันเป็นประจำ แรกๆก็มาทำงานดี แล้วก็จะเริ่มมาเบิกเงินล่วงหน้าเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ายนายจ้างก็เห็นใจกับข้ออ้างสารพัดของผู้รับเหมา เกรงว่าถ้าไม่จ่ายออกไปเดี๋ยวเขาจะไม่กลับมาทำงาน สุดท้ายก็ไม่กลับมาทำงานจริงๆซะด้วยนะซิ

2. วัสดุก่อสร้างไม่เป็นไปตามที่ตกลง จะเป็นปัญหาสำหรับงานที่จ้างทั้งค่าแรงและค่าของ ผู้รับเหมาก็จะถือโอกาสเอาวัสดุที่มีคุณสมบัติต่ำกว่ามาให้ เพื่อเพิ่มกำไรให้กับตัวเอง และไม่ตรงกับที่ผู้ว่าจ้างกำหนดเอาไว้

3. เบิกเงินงวดล่วงหน้า ผู้รับเหมาจะมาพร้อมกับปัญหาต่างๆนาๆ เพื่อจะขอเบิกเงินล่วงหน้าออกไป เช่นบอกว่าจะเอาเงินไปซื้อของทั้งที่จ่ายไปแล้ว ยังขาดโน่นนี่นั่น หรือบอกว่ารถเสีย คนงานป่วย ไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อมค่ารักษาเป็นต้น ข้ออ้างสารพัด พอจ่ายออกไปงานจะคืบหน้านิดเดียวแล้วก็หายตัวไป พอโทรไปตามก็จะขอเบิกเงินล่วงหน้า ผู้รับเหมาแบบนี้ต้องหลีกให้ไกลๆ ต้องบอกไว้ก่อนรับงานว่าที่นี่ไม่มีการเบิกล่วงหน้า ถ้าจะเบิกล่วงหน้าก็ถือว่าเลิกจ้างไปเลย

4. ผู้รับเหมาไม่ยอมเข้าหน้างาน มักจะเป็นการปล่อยให้ลูกน้องทำงานไปเรื่อยเปื่อย ไม่มีการตรวจสอบหน้างาน ลากงานยาว แล้วจะจบลงด้วยการขอเบิกเงินล่วงหน้า แล้วก็หายไปเลย

5.โกงเงินมัดจำ กรณีนี้ผู้รับเหมามักจะคิดค่าจ้างถูกกว่าปกติ ทำให้เราตัดสินใจจ้างงาน แต่ผู้รับเหมาก็จะขอเรียกเงินมัดจำก่อนเช่นอาจจะสูงถึง 40 – 50 % ของมูลค่างาน ผลก็คือผู้รับเหมาได้เงินไปซักหมื่นสองหมื่น สั่งทรายกับหินมาวางกองไว้หน้าบ้านด้วยเงินไม่เกิน 2,000 บาท แล้วก็หายหน้าหายตาไปเลย

จากปัญหาข้างต้นจะเห็นได้ว่า เราควรหาผู้รับเหมาที่ไว้ใจได้ และเราควรเป็นคนกำหนดเงื่อนไขต่างๆเอง เช่นจะจ่ายเงินมัดจำก็ต้องมาเริ่มงานทันที เพราะหากผู้รับเหมาไม่มีเงินก็ไม่ควรจะมารับงาน แจ้งเขาไปว่าหากจะทำธุรกิจต้องมีต้นทุน หากอยากได้เงินก็ต้องทำงาน รับประกันการจ่ายตามความคืบหน้า อย่าใจอ่อนจ่ายเงินมัดจำไปเยอะๆ จะบบว่าระบบราชการนั้น การจ่ายเงินมัดจำจะต้องมีการวางหลักทรัพย์ค้ำประกันเอาไว้

การเบิกเงินล่วงหน้าถือเป็นประเด็นที่เจ็บปวดกันมานักต่อนักแล้ว ต้องถือคติอย่าใจอ่อน แจ้งเขาไปว่า ก็ไปหายืมเงินในระบบหรือญาติๆก่อนไม่ได้รึ แล้วรีบมาทำงานเอาค่าจ้างไปคืนเขา ลองคิดประเด็นนี้ดูซิครับ การเบิกเงินไปก่อนคือเงินฟรีๆ ไม่ต้องทำงานก็ได้เงิน

แต่การมาทำงานหลังจากเบิกเงินไปแล้ว คือการมาทำฟรีๆ ทำแล้วไม่ได้ตังค์ (เพราะเบิกไปแล้ว) ใครจะอยากมาทำละครับ ลูกน้องก็ไม่อยากมาเพราะรู้ว่านายจ้างเบิกล่วงหน้าไปแล้ว ทำเสร็จแล้วก็ไม่ได้เงิน สู้ไปทำหน้างานอื่นดีกว่าเพราะทำแล้วอาจจะได้เงิน

ดังนั้นต้องถือกฏเหล็กเป็นหลักคือ ห้ามเบิกล่วงหน้า เมื่อไหร่ที่มาเบิกก็เตรียมตัวหาผู้รับเหมารายใหม่ดีกว่า

1196 total views, 2 today

::

ช่างไฟฟ้าภายในบ้านต้องมีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ

สาระน่ารู้ 19th June 2016

ช่างไฟฟ้าภายในบ้านต้องมีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ

หากเราเห็นข่าวไฟไหม้ตามสื่อต่างๆ จะพบว่าส่วนใหญ่จะมีการสรุปว่าเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งนี้อาจจะเกิดจากสภาพวัสดุไม่ได้มาตรฐาน หรือเสื่อมไปตามกาลเวลา ส่วนอีกตัวแปรหนึ่งก็คือช่างไฟฟ้าที่ไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอนั่นเอง

ปัญหาในประเด็นหลังนั้นปัองกันได้ หากมีการควบคุมที่รัดกุมเพียงพอ ดังนั้น พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2557 เป็นอีกหนึ่งความพยายามของภาครัฐที่จะปิดช่องโหว่ กำจัดจุดอ่อนปัญหาช่างไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐาน โดยกำหนดว่า นับตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป ช่างไฟฟ้าภายในอาคารนั้น จะต้องมีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ หรือจะต้องมีไลเซนส์นั่นเอง

โดยมีการกำหนดโทษของการทำงานโดยไม่มีหนังสือรับรองคือ โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนนายจ้างที่ฝ่าฝืนจ้างช่างไฟฟ้าภายในอาคารที่ไม่มีหนังสือรับรองก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท ด้วยเช่นกัน

ในกรณีที่ ช่างไฟฟ้า ภายในอาคารที่ประสงค์จะขอรับหนังสือรับรองความรู้ ความสามารถ จะต้องเข้ารับการทดสอบ เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินเพื่อรับสมุดไลเซนส์ประจำตัว

คุณสมบัติหลักก็คือ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์นับถึงวันสมัครเข้าทำการทดสอบ มีประสบการณ์ทำงานหรือประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่จะทดสอบ หรือผ่านการฝึกฝีมือแรงงานหรือฝึกอาชีพเป็นต้น

สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาก็จะต้องไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพนั้นๆ ค่าธรรมเนียมกาทดสอบจัดเก็บที่ 100 บาทเท่านั้น

ดังนั้นหากท่านกำลังคิดจะจ้างช่างไฟฟ้ามาทำงานที่บ้านของท่าน อย่าลืมตรวจสอบว่ามีไลเซนซ์ถูกต้องหรือไม่ด้วยนะครับ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปลายเดือนตุลาคมนี้

1050 total views, 1 today

::

หาช่างดีๆได้ที่ไหน

สาระน่ารู้ 15th June 2016

หาช่างดีๆได้ที่ไหน

ปัญหาของคนทั่วไปคือ เวลาต้องการซ่อมแซม ปรับปรุงส่วนต่างๆของบ้าน จะมีปัญหาเรื่องการหาช่างมากมาย บางครั้งกว่าจะหาคนมาซ่อมแซมอะไรต่างๆได้ก็ผ่านไปหลายปี บางงานช่างมาดูมาตีราคาแล้วก็หายไปเลย โดยมากแล้วเพราะช่างมักจะมองว่างานน้อยไป เอาคนงานมาลงก็ไม่คุ้มค่าแรง ค่าเสียเวลา

จึงนับเป็นปัญหาของการหาช่างมาซ่อมแซม หรือต่อเติมบ้านมาก เพราะจะหันไปจ้างบริษัท ก็พบว่าราคาแพงมากสู้ราคาไม่ไหว งานต่อเติมบางงานพอบริษัทเสนอราคามาแทบจะแพงกว่าสร้างใหม่ทั้งหลังซะด้วยซ้ำ ครั้นจะจ้างช่างที่ติดเบอร์โทรไว้ตามเสาไฟฟ้า ก็เกรงว่าจะทิ้งงานแล้วไม่รู้จะไปตามตัวที่ไหน ถือเป็นปัญหาที่ชวนปวดหัวมาก

เราจึงขอแนะนำวิธีหาช่างมาทำงานให้บ้านของท่าน โดยไม่ต้องกังวลใจทั้งในแง่ประเด็นของราคาหรือประเด็นที่จะทิ้งงาน นั่นก็คือขับรถในละแวกบ้านของท่าน แล้วดูว่ามีงานก่อสร้างอยู่บริเวณไหนบ้าง ถ้าท่านต้องการทำงานใหญ่ๆที่บ้านของท่าน ก็หาดูว่าตรงไหนบ้างที่มีการก่อสร้างบ้านทั้งหลัง แต่หากท่านต้องการเพียงแค่ต่อเติมหรือซ่อมแซม ก็ดูงานที่มีลักษณะการต่อเติมซ่อมแซม

จากนั้นก็หาจังหวะเวลาที่คนงานพักเที่ยง หรือใกล้เลิกงานราวๆ 4 ถึง 5 โมงเย็น แล้วถามหาเถ้าแก่ผู้รับเหมาว่าเป็นใคร แล้วบอกความต้องการตรงๆไปเลยว่าท่านอยากจะให้ทำอะไร เขายินดีจะรับงานหลังจากงานนี้เสร็จหรือไม่ หรือถามไปว่ามีช่างคนไหนรับงานนอกบ้าง

เมื่อเจาะประเด็นไปอย่างนี้ หัวหน้าผู้รับเหมาเขาจะให้คำตอบได้ทันทีว่ารับหรือไม่รับ ถ้าไม่รับก็ไปหาหลังต่อไป ถ้ารับก็นัดแนะให้เขาไปดูสิ่งที่ท่านต้องการจะทำแล้วให้เขาตีราคาออกมา แต่อย่าลืมว่าหากเขาเรียกค่ามัดจำก็ควรพึงระวังเอาไว้ ข้อต่อรองก็คือวันไหนเริ่มงานแล้วค่อยมาเซ็นสัญญารับค่ามัดจำ

เหตุที่ต้องระมัดระวังก็คือ หากช่างรายนี้ทำบ้านหลังเดิมอยู่ยังไม่เสร็จเขาก็อาจจะยังไม่สามารถเริ่มงานให้ท่านได้ ดังนั้นท่านควรนัดเซ็นสัญญาเมื่อเริ่มเห็นทีท่าว่างานเก่กำลังใกล้จะเสร็จ และควรนัดทำสัญญาที่สำนักงานหรือบ้านของหัวหน้าช่างเท่านั้น เพื่อจะได้ดูสภาพทั่วไปว่ามีแนวโน้มเป็นช่างที่มีความรับผิดชอบหรือไม่นั่นเอง

การหาช่างทางเน็ตก็ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่สามารถหาได้อย่างรวดเร็ว แต่ควรใช้แค่เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารเท่านั้น หลังจากโทรศัพท์ติดต่อกันแล้วก็ให้นัดแนะไปดูตัวอย่างงานล่าสุดที่ช่างคนนี้ทำอยู่ แล้วดำเนินการต่างๆเหมือนคำแนะนำข้างต้น นั่นคือท่านควรจะไปเซ็นสัญญาที่สำนักงานหรือบ้านของช่างคนนั้นโดยตรง และก่อนเซ็นควรสืบหาข้อมูลในละแวกใกล้บ้านช่างว่า ช่างคนนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างไร ฝีมือเป็นอย่างไรบ้าง โดยทั่วไปแล้วในละแวกนั้นๆเขาจะทราบข้อมูลของช่างเหล่านั้นเป็นอย่างดี

หากช่างติดต่อท่านมาแล้วเสนอราคาถูกๆแล้วนัดเซ็นสัญญาที่บ้านของท่าน ขอให้พึงระวังไว้ว่า หากช่างทิ้งงานแล้วท่านจะติดตามเขาได้ที่ไหน ถึงวันที่เขาเปลี่ยนเบอร์โทรแล้วท่านจะตามตัวเขาได้ที่ไหน

1170 total views, 2 today

::