ThaiFixing.com ศูนย์รวมลงประกาศ หาช่าง ช่างซ่อมบ้าน ต่อเติมบ้าน ช่างประปา ช่างไฟฟ้า ช่างแอร์ ช่างก่อสร้างทั่วประเทศ

Welcome, visitor! [ Register | Login

Premium WordPress Themes - AppThemes

ทำไมงานบิ้วท์อินถึงมีราคาแพง

สาระน่ารู้ 10th January 2018

ทำไมงานบิ้วท์อินถึงมีราคาแพง

สำหรับคนที่กำลังคิดจะจ้างทำงานตบแต่งภายในแล้วละก็ อาจจะพบว่าราคาแพงแทบจะรับไม่ไหว จากที่ไปเห็นบ้านคนอื่นมาแล้วดูสวยงาม แล้วคิดจะมาทำบ้านตัวเองบ้างอาจจะต้องถอดใจไปเลยกับราคาค่าจ้าง

เหตุที่งานบิ้วท์อินมีราคาแพงมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน โดยหลักๆแล้วถ้าต้องการงานราคาถูกแต่คุณภาพดี ผู้ว่าจ้างอาจจะต้องคิดเฉพาะค่าแรงอย่างเดียว แล้วจัดซื้อวัสดุเอง เนื่องจากวัสดุมีหลายเกรดหลายราคา และควรจะเข้าไปควบคุมการดำเนินการให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น

สำหรับราคางาน Built in ทั่วๆไปนั้นมักจะคิดราคากันตามความยาวเป็นเมตร เช่นต้องการทำตู้โชว์ขนาดความยาว 3 เมตร อาจจะได้รับใบเสนอราคาตั้งแต่ 45,000 บาท จนถึง 60,000 บาท แล้วแต่รูปแบบของตู้และอุปกรณ์ที่ใช้

นั่นคือราคา Built In จะตกอยู่ที่ประมาณเมตรละ 15,000 ถึง 20,000 บาท ต่อความยาวเป็นเมตร รวมเบ็ดเสร็จทั้งค่าแรงค่าของ ซึ่งราคานี้จะเป็นราคาเฉลี่ยตามงาน เช่นมีตู้โชว์ มีเค้าเตอร์ทีวี มีการตบแต่งกรุผนัง ไม่ว่าจะงานเล็กงานน้อยจะตู้ใหญ่ๆรายละเอียดมาก หรือแค่กรุผนังเล็กน้อย ก็จะนับรวมไปตามความยาว

แต่หากงานส่วนใหญ่เป็นงานเล็กๆ เช่นกรุผนังอย่างเดียว มีตู้เพียงเล็กน้อย เราก็อาจจะต่อรองราคารวมลงได้บ้าง แต่อาจจะได้ไม่มากเหมือนที่เราคิด เนื่องจากค่าใช้จ่ายประจำของผู้รับเหมานั้นคงที่ ไม่ว่าจะงานเล็กหรืองานใหญ่ลักษณะการทำงานก็จะใกล้เคียงกัน

ตามเกณฑ์เฉลี่ยทั่วไปแล้ว ในการรับเหมา Built In นั้น ค่าวัสดุจะมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 30 % เท่านั้น ส่วนค่าแรงจะอยู่ที่ประมาณ 45 – 50% ที่เหลืออีกราว 20% เป็นค่าออกแบบ ค่าวิศวกร ค่าสถาปนิก มัณฑนากร ค่ากำไรของบริษัท ค่า VAT เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าการรับงานตบแต่งภายในของบริษัทห้างร้านต่างๆ จึงมีราคาแพงในสายตาของคนทั่วไป เนื่องจากมองว่างานที่ออกมานั้นนิดเดียว ของที่เห็นวัสดุนั้นไม่มาก แต่จะพบว่าสิ่งที่แฝงอยู่ในค่าแรงและค่ากำไรของบริษัทนั้นสูงถึง 70% เลยทีเดียว

นั่นแสดงว่าหากตู้ชิ้นนั้นมีราคาออกมา 50,000 บาท ค่าวัสดุนั้นจะไม่เกิน 15,000 บาท แต่ส่วนของค่าแรงจะอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท บริษัทก็ต้องการกำไรราวๆ 5000 บาท และยังต้องจ่ายค่าออกแบบ ค่าคุมงานอีกราว 5000 บาท

การทำงานบิ้วท์อิน จึงหมายถึงเราเลี้ยงคนทั้งบริษัทด้วยงานของเรา ซึ่งจะต่างกับงานสร้างบ้านที่สุดส่วนค่าของจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับ 40 – 50%

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการแจกแจงว่าทำไมค่าแรงทำตู้ถึงสูง โดยตัวอย่างตู้ที่เป็นลักษณะของการทำด้วยโครงบุไม้อัด ผิวหน้าเป็นลามิเนต

ขั้นตอนการทำตู้เสื้อผ้า Built in
– ตีโครง
– ปิดโครงด้วยไม้อัด 1 ด้าน
– โครงแต่ละแผ่นจะต้องมีการทากาวยาง ทั้งตัวแผ่นไม้อัดและลามิเนต
– ประกอบโครงเป็นตัวตู้
– นำแต่ละตู้ไปติดตั้ง ในตำแหน่ง
– โครงด้านที่ยังเหลือต้องปิดไม้อัด ปิดลามิเนต
– ปิดลามิเนตที่ขอบตู้
– ทำแผ่นบานตู้ ด้วยการตัดให้ได้ขนาด หรือ ตีโครงปิดไม้อัดทั้งสองด้าน
– แผ่นบานตู้แต่ละแผ่นต้องติดลามิเนตทั้ง 6 ด้าน (สองฝั่ง รวมขอบ)
– นำแผ่นบานไปติดตั้งกับตู้ ด้วยบานพับถ้วย
– ในตู้ยาแนวซิลิโคนตามขอบด้านในทุกด้าน
– ขอบนอก ขัดขอบลามิเนต ลบคม
– ปิดเทปกาวตามรอยต่อ แล้วลงสีกลบรอยต่อ (สีน้ำมันสำหรับพ่น)
– ดีงเทปกาวออก เช็ดทำความสะอาด ขัดกระดาษทรายอีกรอบ
– ด้านบนสุดของตู้ ตีโครงยึดฝ้า ปิดแผ่นลามิเนต
– ถ้ามีการติดตั้งบัว ก็ต้องปิดทับแผ่นปิด
– ด้านล่างสุดของตัว ติดบัวให้กลมกลืนกับบัวบ้าน
– ติดตั้งอุปกรณ์มือจับ ราวแขวน

จะเห็นได้ว่า ในแต่ละขึ้นตอนนั้น จะต้องใช้แรงงานฝีมือ ในการทำให้ตู้ออกมาเนี้ยบ หากเจ้าบ้านสั่งแก้ไขงานไม่ว่าขั้นตอน ก็จะกลายเป็นการรื้อ แล้วเริ่มกระบวนการใหม่ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้มหาศาล และผู้รับเหมาจะคิดเผื่อไปแล้ว

ดังนั้นแนะนำว่า หากมีข้อแก้ไขเล็กๆน้อยๆ ที่พอจะมองผ่านได้ ให้จดบันทึกไว้ แล้วค่อยนำไปต่อรองเป็นส่วนลดจะดีกว่าให้ผู้รับเหมาต้องมาแก้ไข ซึ่งอาจจะพาลทำให้งานอื่นๆเสีย รวมไปถึงวัสดุต่างๆ ที่ต้องสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุอีกด้วย

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.